นางอัปสร (Celestial Dancer)
จารึกเขมรในพุทธศตวรรษที่ 14 อ้างว่า “วงศ์กษัตริย์เขมรนั้นเกิดจากพระฤษีกัมพุ ร่วมสังวาสกับนางอัปสรชื่อเมรา” (Coedes 1968)
ตามเทพปกรณัม หมู่นางอัปสรเป็นล้านเป็นโกฏิเกิดจากการเกษียรสมุทร
จากจุดที่เขามันทร (ชาย) กวนสมุทร (หญิง) เหล่านางอัปสรได้รำออกมาสู่ฟ้าประดับจักรวาลเยี่ยงนางอาโฟรดีเตของกรีกที่เกิดจากฟองน้ำทะเล
เขามันทร หมายถึง พระมหากษัตริย์และพลังบรรพบุรุษส่วนนาควาสุกีคือพลังของแผ่นดิน
พระเจ้ากรุงพระนครธมสถิตในพระมณเฑียรท่ามกลางบารายมหึมาที่จ่ายน้ำชลประทานในอาณาเขตอันกว้างใหญ่ สี่ทิศมีสะพานนาคมีเทพและอสูรชัก ทำให้พระนครกลายเป็นจักรวาลจำลองที่ “ปั้น” ความอุดมสมบูรณ์ให้อาณาจักรทั้งหมด และ “ปั้น” พลังน้ำให้กลายเป็นน้ำอมฤตที่จะพาจิตให้อยู่ในระดับสูงเท่าสวรรค์ เหล่านางอัปสรจึงเป็นสัญลักษณ์ของความหลุดพ้นจากพันธะของดินน้ำสู่ความเจริญทางศิลปวัฒนธรรม
ระบำอัปสรของราชสำนักเขมร เหล่านางอัปสรเหาะลงมาเก็บดอกไม้ในเมืองมนุษย์เพื่อเทพบนฟ้า ที่เธอลงมาถึงดินนั้นทำให้แผ่นดินของเราเกิดดอกไม้บานสะพรั่ง เยี่ยงสวนสวรรค์เพราะเธอเป็นสื่อฟ้าดิน
นางอัปสรมีหน้าที่ทางพิธีกรรมหลายอย่าง เช่น การบังคับฝน ปลุกพลังเจ้าแม่ในแผ่นดินด้วยการบำเรอพระมหากษัตริย์ในฐานะนางใน ความงานของนางอัปสรเป็นเครื่องประดับดินพลีฟ้า
ระบำอัปสรเป็นพิธีกรรมของเจ้าแม่และเป็นการ่ายรำที่มีบทบาทสูงสุด นั่นคือการเข้าทรงปราชญาปรมิตา
ว่าด้วยเรื่องนางอัปสร

คำว่า “อัปสร” หรือ “อัปสรา”
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงแปลตามตัวอักษรว่า “ผู้กระดิกในน้ำ”
แปลเป็นไทยแล้วอาจขำ แต่แท้จริงแล้ว ชื่อนี้สื่อได้ดีและชัดเจน จากคติฮินดู เมื่อพระวิษณุเป็นประธานในพิธีกวนเกษียรสมุทร หรือ ทะเลน้ำนมนี้ ใช้ภูเขามันทร หรือเขาพระสุเมรุแทนไม้กวน ใช้พระยานาควาสุกรีแทนเชือก อสูรจับหัว เทวดาจับหาง ปั่นไปปั่นมาจนได้อมฤตมาหล่อเลี้ยงโลกให้อุดมสมบูรณ์
ทั้งนี้ อาจพบว่าประธานในการกวนอาจเปลี่ยนแปลงไปได้ ตามความเชื่อของแต่ละนิกาย เช่น นิกายไศวะ ประธานในการกวนจะกลายเป็นพระศิวะหรือพระอิศวร แต่ถ้าเป็นทางพุทธ ประธานจะเป็นพระอินทร์ เป็นต้น
จวบจนเวลาเนิ่นนานผ่านไป 1,000 ปี ได้ของทั้งดีและไม่ดีมา 10 อย่าง หนึ่งในนั้น คือ นางอัปสร ซึ่งแต่ละนางนั้น ล้วนเป็นหญิงรูปงาม ประดับประดาด้วยเครื่องประดับวิจิตรา ทว่า กลับไม่มีเทวดาหรืออสูรตนใดรับไปเป็นคู่ครองเลย เหล่านางอัปสรจึงตกเป็น “ของกลาง”
ได้นามว่า “สุรางคนา” แปลว่า เมียเทวดาทั่วๆไปหรืออีกนามว่า “สุมทาตมชา” แปลว่า สตรีผู้เต็มไปด้วยความมัวเมา
อย่างไรก็ตาม นางอัปสรก็เป็น “เทพแห่งความดีงาม” ในใจชาวเขมรเรื่อยมา
ชาวเขมรจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า ผู้ใดที่ปรารถนาจะมีลูก ก็ให้ไปอธิษฐานเอาจากนางอัปสร เน้นว่าต้องเป็นที่นครวัด การอธิษฐานก็ไม่ยากครับ แค่ลูบๆคลำที่หน้าอกนางอัปสรสักองค์เป็นใช้ได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น